เอกสารข้อเท็จจริง: SC Johnson ใช้พลังงานหมุนเวียน

SC Johnson ใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมานานกว่าสิบปี ซึ่งรวมไปถึงพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และเชื้อเพลิงชีวภาพในทุกวันนี้ 
โรงผลิตสามแห่งของบริษัทที่ใช้พลังงานลม 100% ได้แก่ โรงงานในสหรัฐอเมริกา โปแลนด์ และเนเธอร์แลนด์

ตั้งแต้ต้นปี ค.ศ. 2000 SC Johnson พยายามเพิ่มแหล่งทรัพยากรใหม่ ๆ เข้ามาในการใช้พลังงานแบบผสมของเรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจต่อเนื่องของเราในเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน โรงงานของ SC Johnson สามแห่งใช้พลังงานลม 100% เรามีโครงการริเริ่มด้านพลังงานหมุนเวียนอยู่ทั่วโลก และมีการใช้พลังลม แสงอาทิตย์ เศษเปลือกปาล์ม เปลือกข้าว และขยะเป็นแหล่งพลังงาน

13 ปีที่ผ่านมา SC Johnson ใช้แหล่งที่มาของพลังงานหมุนเวียนรอบโลกเพื่อใช้ในโรงงานผลิตของเรา 35% ของพลังงานที่เราใช้ทั่วโลกในปี ค.ศ. 2016/17 มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ในปี ค.ศ. 2016/17 SC Johnson สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 55% เมื่อเทียบกับปริมาณที่ลดได้เมื่อปี ค.ศ. 2000 (ตามดัชนีการผลิต)

ต่อไปนี้เป็นโครงการริเริ่มด้านพลังงานสะอาดทั่วโลกของเรา…

เชื้อเพลิงชีวภาพ

เมดาน ประเทศอินโดนีเซีย
SC Johnson ลดการใช้เชื้อเพลิงดีเซลในพื้นที่ได้ 80% และนำขยะกลับเข้าไปในห่วงโซ่อุปทานด้วยการใช้เศษเปลือกปาล์มเป็นแหล่งเชื้อเพลิงเพื่อต้มน้ำเพื่อการผลิตขดยากันยุงที่โรงผลิตของเราที่เมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซีย 

สุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 โครงการริเริ่มด้านเชื้อเพลิงชีวภาพที่โรงผลิตของเราในเมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย ใช้แกลบเป็นแหล่งเชื้อเพลิงในการต้มน้ำเพื่อการผลิต วิธีนี้ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 7,000 ตันเมตริกต่อปี

ระบบผลิตพลังงานรวม 

SC Johnson ใช้ระบบผลิตพลังงานรวมสองระบบที่ Waxdale โรงผลิตระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดของเรา ระบบกังหันผลิตพลังงานได้ 85% ของปริมาณที่โรงงานแว๊กซ์เดลต้องการ โดยใช้ก๊าซมีเทนจากขยะซึ่งได้มาจากแหล่งฝังกลบสาธารณะที่อยู่ใกล้เคียงและก๊าซธรรมชาติที่เผาไหม้หมดจด นอกเหนือไปจากนั้นเป็นพลังงานจากลม

พลังงานแสงอาทิตย์

เซี่ยงไฮ้และฉางโจว ประเทศจีน; ปูโล กาดุง ประเทศอินโดนีเซีย; และบัดดี ประเทศอินเดีย
นอกจากนี้ โครงการพลังแสงอาทิตย์ในประเทศจีน อินโดนีเซีย และอินเดียยังช่วยให้มีน้ำร้อนสำหรับการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งรวมถึงการผลิตกระป๋องสเปรย์และกระบวนการควบคุมคุณภาพ

พลังงานลม 

เบย์ซิตี้ รัฐมิชิแกน
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 SC Johnson ได้ซื้อพลังงานลมจากทุ่งกังหันลมบริเวณใกล้เคียง เพื่อใช้ผลิตไฟในโรงงานผลิตของบริษัทในเมืองเบย์ซิตี้ รัฐมิชิแกน ที่เป็นแหล่งผลิตถุง Ziploc® ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 โรงงานแห่งนี้ใช้ไฟฟ้าที่มาจากพลังงานลมเพียงแหล่งเดียว

ไมเดรชท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์
บริษัทเริ่มก่อสร้างกังหันลมในประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อปี ค.ศ. 2009 เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าให้กับโรงผลิต Europlant กังหันลมผลิตพลังงานให้กับโรงงาน Europlant ได้ 50% เมื่อปี ค.ศ. 2015 โรงผลิตแห่งนี้กลายเป็นโรงผลิตแห่งแรกของบริษัทที่ใช้พลังงานทั้งหมดจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน และส่วนที่เหลือมาจากการซื้อพลังงานลม

ราซีน รัฐวิสคอนซิน
เมื่อปี ค.ศ. 2010 ทาง SC Johnson เริ่มทดสอบกังหันลมขนาดเล็กชื่อ SWIFT สามตัวที่สำนักงานใหญ่ของเราในเมืองราซีน รัฐวิสคอนซิน เป้าหมายคือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงโครงการกังหันลมที่ใช้ในเมือง 

เมานต์เพลเซนต์ รัฐวิสคอนซิน
หลังจากสิ้นสุดโครงการก่อสร้างกังหันลมขนาด 415 ฟุต จำนวนสองตัวในปี ค.ศ. 2012 ที่ Waxdale ซึ่งเป็นโรงผลิตระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดของเรา โดยในตอนนี้แหล่งผลิตดังกล่าวเฉลี่ยแล้วผลิตไฟฟ้าที่ใช้เองได้ 100% กังหันลมสองตัวผลิตไฟฟ้าประมาณ 8 ล้านชั่วโมงกิโลวัตต์ต่อปี ขณะที่กังหันลมระบบผลิตพลังงานรวมสองตัวใช้ผลิตไฟฟ้าที่จำเป็นอื่น ๆ ในโรงงาน

โตลูกา ประเทศเม็กซิโก
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 SC Johnson เริ่มซื้อพลังงานลมที่โรงผลิตของเราในเมืองโตลูกา ประเทศเม็กซิโก ทำให้ 86% ของไฟฟ้าของโรงผลิตมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 

กอร์โซว์ โปแลนด์
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 SC Johnson เริ่มซื้อพลังงานลมให้กับโรงผลิตของเราในเมืองกอร์โซว์ ประเทศโปแลนด์ เป็นโรงผลิตแห่งที่สองของเราที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานลม 100% 

สิ่งแวดล้อมSC Johnson ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม

พลังงานหมุนเวียนพลังงานลมให้พลังงานกับแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ SC Johnson

พลังงานหมุนเวียนSC Johnson ใช้พลังงานหมุนเวียนจากทั้งลม แสงอาทิตย์ เศษอาหาร และขยะ

บริษัทเอกสารข้อเท็จจริง: โรงงานผลิตแวกซ์เดลของ SC Johnson

สถาปัตยกรรม"บูมเมอแรง" ของ SC Johnson Europlant: สถาปัตยกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

หัวข้อถัดไป

หัวข้อถัดไป

หัวข้อถัดไป