โปรแกรม Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) ของ SC Johnson มีสี่ขั้นตอนในการพัฒนา: ข้อมูลที่คัดตอนจากรายงานเกี่ยวกับความยั่งยืนประจำปี 2017 ของเรา

โปรแกรม Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) ของ SC Johnson เป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
“สำหรับพวกเรา ความโปร่งใสเป็นเรื่องของหลักการ เราต้องการให้ผู้บริโภคเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวของพวกเขา” – ฟิสก์ จอห์นสัน

ทุกส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ของ SC Johnson จะต้องผ่านการคัดกรองที่เข้มงวดของโปรแกรม Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) หัวใจสำคัญคือการประเมินผลแบบสี่ขั้นตอนที่อ้างอิงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ที่ดูทั้งการก่อพิษและความเสี่ยง มีการเก็บข้อมูลชั้นยอดเป็นพื้นฐานและมีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่องเป็นตัวขับเคลื่อน

การประเมินสี่ขั้นตอนของโปรแกรม Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) ตรวจหาเกณฑ์เหล่านี้:

  • ภัยอันตรายเรื้อรังต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่น ความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งหรือโรคในการสืบพันธุ์
  • ภัยอันตรายระยะยาวทางสิ่งแวดล้อม หมายถึงความเสี่ยงที่จะตกค้าง เก็บสะสม และเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • ความเสี่ยงเฉียบพลับทางสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เช่น ความเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือสัตว์ทะเล
  • ผลกระทบอื่น ๆ เช่น ความเสี่ยงของส่วนผสมที่จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อผิวหนัง

หากส่วนผสมผ่านเกณฑ์ทั้งสี่ขั้นตอนแต่ไม่ได้อยู่ในระดับสูงสุดของเกณฑ์แต่ละข้อ นักวิทยาศาสตร์ของ SC Johnson สามารถใช้ผลลัพธ์ที่ได้เพื่อค้นหาทางเลือกของส่วนผสมที่ดีกว่านี้ วิธีนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพมากขึ้นในการปรับสูตรของผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันหรือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่

เราตั้งใจเลือกส่วนผสมที่ผ่านแต่ละขั้นตอนของกระบวนการประเมินสี่ขั้นตอนของเรา มีเพียงไม่กี่กรณี ที่พบว่าส่วนผสมที่ดีที่สุดที่หาได้อาจจะไม่ผ่านการประเมินหนึ่งในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง อย่างเช่น ส่วนผสมที่เป็นตัวยาในยาฆ่าแมลง หากเป็นเช่นนั้น ส่วนผสมดังกล่าวต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดระดับที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราจะเพิ่มมาตรการระมัดระวังขึ้นไปอีกระดับ

การประเมินความเสี่ยงดังกล่าวใช้ปัจจัยความปลอดภัยในตัวที่รับรองว่าความเข้มข้นของส่วนผสมอยู่ในปริมาณที่ต่ำกว่าเกณฑ์ความเข้มข้นที่ต่ำที่สุดที่จะเป็นภัยต่อสุขภาพของมนุษย์หรือต่อสิ่งแวดล้อมหลายเท่าตัว

ในบางกรณี การประเมินความเสี่ยงดังกล่าวอาจแสดงให้เห็นว่าความเข้มข้นของส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับที่เป็นที่ยอมรับ ทำให้สามารถใช้ส่วนผสมดังกล่าวได้ในผลิตภัณฑ์ของเรา ในกรณีอื่น ๆ เราอาจเลือกที่จะลดการใช้ส่วนผสมนั้น ๆ และหาส่วนผสมอื่นที่ดีกว่าที่วิทยาศาสตร์รับรองแล้วมาแทนที่ เราอาจเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ขั้นตอนการใช้งาน หรือคุณสมบัติอื่น ๆ เพื่อลดการสัมผัสกับสาร

ในวงการสุขภาพและวิทยาศาสตร์ คุณมักได้ยินข้อถกเถียงระหว่างภัยอันตรายและความเสี่ยง กล่าวคือ "ภัยอันตราย" หมายถึงข้อบ่งชี้ว่าส่วนผสมนั้น ๆ มีความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือผลกระทบสิ่งแวดล้อม "ความเสี่ยง" หมายถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบเมื่อสัมผัสกับสาร

ยกตัวอย่างเช่น เกลือปรุงอาหาร หรือ โซเดียมคลอไรด์ เมื่อบริโภคเกลือในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เกิดความดันเลือดสูง แต่ถ้าใช้ในปริมาณน้อย ความเสี่ยงที่เกลือจะมีผลต่อความดันเลือดนั้นต่ำ สาเหตุคือความแตกต่างระหว่างภัยอันตรายและความเสี่ยงอยู่ที่ปริมาณความเข้มข้นและระดับที่มนุษย์หรือสิ่งแวดล้อมได้รับส่วนผสมนั้น ๆ

ขณะที่ผู้คนบางกลุ่มต้องการสนับสนุนมาตรฐานตามภัยอันตราย แต่ที่ SC Johnson มองว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ เพราะเราคงไม่ต้องถึงขั้นไม่ใช้เกลือปรุงอาหาร ถ้าไม่เคยมีประวัติเป็นความดันเลือดสูงมาก่อน อันที่จริง เกลือเป็นส่วนสำคัญต่อชีวิต เราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมัน เรามีแนวทางในการประเมินภัยอันตรายและความเสี่ยงไปพร้อมกันเพื่อจัดทำข้อมูลทางเลือกที่ละเอียดที่สุดในการใช้ส่วนผสม 

ที่สำคัญคือเราสำรวจความเป็นไปได้ต่าง ๆ ในเรื่องการสัมผัส เพื่อกำหนดระดับ “ความปลอดภัยขั้นสูงขึ้นกว่าเดิม” ของส่วนผสมที่น่าสงสัยและลดความกังวลในการใช้ส่วนผสมดังกล่าว

เราไม่ปล่อยผ่านส่วนผสมใด ๆ เพียงเพราะเป็นส่วนผสมที่ใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมของเราหรือรัฐบาลอนุมัติ โปรแกรม Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) เป็นการประเมินวิทยาศาสตร์เพื่อกำหนดสิ่งที่ถูกต้อง เป็นเหตุให้มาตรฐานของเราเข้มงวดกว่ามาตรฐานทั่วไป
 
สำหรับพวกเรา ความโปร่งใสเป็นเรื่องของหลักการ พวกเราต้องการให้ผู้บริโภคเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวของพวกเขา
ฟิสก์ จอห์นสัน ประธานและซีอีโอของ SC Johnson

ขั้นตอนแรกและเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการประเมินสี่ขั้นตอนของ Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) คำนึงถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รับรองแล้วว่าส่วนผสมนั้น ๆ อาจทำให้เกิดภัยทางสุขภาพเรื้อรังต่อมนุษย์ หลักฐานดังกล่าวประกอบไปด้วยหลักฐานการสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง, ผลกระทบทางการสืบพันธุ์หรือการพัฒนาการ, การกลายพันธุ์ หรือการรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ เราทำการประเมินผลกระทบเหล่านี้เป็นอันดับแรกเพราะเป็นผลกระทบที่มีความร้ายแรงมากและอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกกังวลใจ

แหล่งข้อมูลที่เราใช้สำหรับขั้นตอน 1 ได้แก่:

  • California Proposition 65 (CA Prop 65), รายการสารเคมีที่เป็นสารก่อมะเร็ง ความผิดปกติแต่กำเนิด และภัยทางการสืบพันธุ์อื่น ๆ ที่รัฐแคลิฟอร์เนียปรับให้เป็นปัจจุบันทุกปี
  • บทวิจัยเฉพาะทางขององค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (IARC) ขององค์กรอนามัยโลกระบุการประเมินสารมากกว่า 1,000 ชนิด
  • การจัดหมวดหมู่ภัยอันตรายโดยสํานักงานบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ (OSHA) ของสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา
  • งานวิจัยในห้องทดลองคุณภาพสูงและเทคนิคการจำแนกประเภทข้อมูลของส่วนผสมที่เลือกใช้

ส่วนผสมที่ผ่านเกณฑ์ของเราถือว่าผ่านการประเมินและจัดหมวดหมู่เป็น 'ยอมรับ' หรือ 'ที่ดีสุด' พันธกิจในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องได้แก่การมองหาโอกาสที่จะขยับจาก 'ยอมรับ' เป็น 'ดีที่สุด' ส่วนผสมที่ไม่ผ่านระดับดังกล่าวต้องนำไปประเมินความเสี่ยงตามที่อธิบายข้างต้น

เรามีมาตรการป้องกันที่เพียงพอสำหรับขั้นตอนที่ 1 และส่วนผสมส่วนใหญ่ของเราผ่านขั้นตอนนี้ ส่วนผสมไม่กี่ชนิดที่ไม่ผ่านมักเป็นส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เช่นสารฆ่าแมลง ซึ่งเราจะกำหนดปัจจัยความปลอดภัยในระดับที่ต่ำกว่าระดับที่ต่ำที่สุดที่จะเป็นภัยต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมหลายพันเท่า

การที่ส่วนผสมถูกระบุว่ามีภัยอันตรายไม่ได้หมายความว่าไม่ควรนำส่วนผสมนั้นมาใช้ อันที่จริง สารเคมีหลายชนิดที่อยู่ตามธรรมชาติประกอบไปด้วยสารที่เป็นอันตรายและมีพิษ ดังนั้นการประเมินความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์จึงเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการรับรู้ถึงปริมาณการสัมผัสและกำหนดวิธีหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ในฐานะประธานและซีอีโอของเรา ฟิสก์ จอห์สันเคยพูดว่า “เราต้องไม่ลืมว่าธรรมชาติไม่ได้แปลว่าจะดีกว่าเสมอไป” 

ทุกอย่างมีส่วนประกอบของสารเคมี ไม่ว่าจะมาจากห้องทดลองหรือในป่า ธรรมชาติเป็นแหล่งกำเนิดของสารพิษต่าง ๆ เช่น โบทูลินัมท็อกซิน และสารก่อมะเร็ง เช่น อะซีทอลดีไฮด์ ที่พบได้ในกาแฟ แม้กระทั่งมะนาวและน้ำมันหอมระเหยกุหลาบก็ประกอบไปด้วยสารเคมีมากกว่าสิบชนิด บางชนิดอยู่ในรายชื่อ CA Prop 65 และกำหนดให้เป็นสารก่อมะเร็ง

ดังนั้นเราไม่ควรถามว่า: มาจากธรรมชาติหรือสารเคมี แต่ควรถามว่า: ปลอดภัยหรือไม่ ที่สำคัญกว่านั้น ระดับใดถือว่าเป็นระดับที่ปลอดภัยและอันตราย มาดูกันว่าเราจะรู้คำตอบได้อย่างไร 
ผลิตภัณฑ์ Glade® Fresh Citrus Blossoms เป็นคอลเลคชันแรกจากบริษัทผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภครายใหญ่ที่เปิดเผยวัตถุดิบของน้ำหอม 100%

เป็นผู้นำเรื่องการเปิดเผยส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์

SC Johnson ทุ่มเทอย่างต่อเนื่องในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น เราเป็นบริษัทด้านผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภครายใหญ่รายแรกที่เปิดเผยส่วนผสมทั้งหมดของน้ำหอมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีวิธีคิดค้นสูตรส่วนผสมสังเคราะห์ในผลิตภัณฑ์โดยไม่จำเป็นต้องมีสารก่อมะเร็งที่พบอยู่ตามธรรมชาติ

ขั้นตอนที่สองในการประเมินสี่ขั้นตอนของ Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) ประเมินว่าส่วนผสมมีโอกาสที่จะตกค้าง สะสม และเป็นพิษหรือไม่ หรือเรียกว่า "PBT" ขั้นตอนดังกล่าวตรวจหาส่วนผสมที่ตกค้างอยู่ตามธรรมชาติ เก็บสะสมอยู่ในร่างกายมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำเค็มและน้ำจืด

แหล่งข้อมูลที่เราใช้สำหรับขั้นตอน 2 ได้แก่:

  • คู่มือขององค์การจัดการสารเคมีแห่งสหภาพยุโรป (ECHA)
  • รายการสารเคมีที่มีอันตรายสูง (SVHC) ของ ECHA ที่มีการปรับข้อมูลให้ทันสมัยเป็นประจำ
  • ประวัติสาร PBT ของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) ที่กำหนดเกณฑ์ในการประเมินสาร PBT
  • บัญชีรายการสารเคมีในประเทศ (DSL) ของแคนาดาที่กำหนดเกณฑ์ในการประเมินสาร PBT
  • เทคนิคการจำแนกประเภทข้อมูลโดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เฟสโปรแกรมประมาณค่า (EPI) ของ EPA

หากตรวจพบว่ามีสาร PBT อยู่ในส่วนผสม จะถือว่าไม่ผ่านการประเมินดังเช่นขั้นตอน 1 และนำไปสู่การตรวจสอบความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ตามที่อธิบายในหน้า 8-9 ขั้นตอนดังกล่าวประกอบไปด้วยหนึ่งในสามเกณฑ์ (P, B หรือ T) หรือหนึ่งในเกณฑ์ที่ตรวจพบว่ามีปริมาณตกค้างและเก็บสะสมสูง (vPvB) เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือแคนาดา ทั้งนี้ เกณฑ์ vPvB มีความเข้มงวดสูงกว่าเกณฑ์ PBT และสะท้อนถึงส่วนผสมที่มีค่าครึ่งชีวิตที่ยาวนานกว่า

SC Johnson จัดทำรายการส่วนผสมที่ไม่อนุญาตให้ใช้หรือให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ได้ในปริมาณที่ต่ำมาก รายการนี้เรียกว่ารายการ“ที่ไม่อนุญาต” ซึ่งประกอบไปด้วยวัตถุดิบมากกว่า 200 ชนิด ที่แบ่งออกเป็นวัตถุดิบประมาณ 90 หมวดหมู่ และวัตถุดิบน้ำหอมมากกว่า 2,400 ชนิด

วัตถุดิบเหล่านี้ตรงตามข้อกำหนดของกฎหมายและกฎระเบียบทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง–และคู่แข่งของเรานำไปใช้งานบ่อยครั้ง แต่เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ SC Johnson เราจึงใช้ในปริมาณที่ต่ำมากและหลีกเลี่ยงทุกครั้งที่มีโอกาส

ส่วนผสมบางรายการถูกบรรจุเข้าไปในรายชื่ออย่างรวดเร็ว อย่างเช่น PVC รายการอื่นจำเป็นต้องมีการประเมินอย่างรอบคอบเพื่อพิจารณาความเสี่ยงและการสัมผัสตัวผลิตภัณฑ์ รายการที่ไม่ได้รับอนุญาต นี้จะมีการทบทวนเป็นประจำเพื่อใหมั่นใจว่ามีการปรับตามการค้นพบใหม่ทางวิทยาศาสตร์ หรือการเปลี่ยนแปลงของนโยบายหรือกฎระเบียบของภาครัฐ 

ในขณะที่เราได้พยายามหลีกเลี่ยงไม่ใช้วัตถุดิบตามรายการที่ไม่ได้รับอนุญาตกับผลิตภัณฑ์ของ SC Johnson บางครั้งก็มีสถานการณ์ที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เกิดขึ้นเช่นกัน ตามปกติก็จะเกิดจากการที่ไม่มีตัวเลือกอื่นที่ใช้ทดแทนได้ ที่จะให้ประสิทธิภาพเช่นเดียวกันหรือตรงตามข้อกำหนดในกระบวนการผลิต หรือทางเลือกอื่นอาจจะสูงเกินข้อกำหนดด้านต้นทุนมากเกินไป

ในกรณีที่พบได้น้อยมากนี้ อาจมีข้อยกเว้นให้ใช้งานวัตถุดิบดังกล่าวนั้นต่อไป แต่ข้อยกเว้นเหล่านี้เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้งเท่านั้น และจะมีการทบทวนสูตรทุกสองปีโดยผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กร
เราใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในกระบวนการ Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) เป็นแนวทางในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราเสมอ ตัวอย่างล่าสุดก็คือกาลาโซไลด์ที่เป็นส่วนผสมของน้ำหอม ซึ่งสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมประเทศสหรัฐอเมริกาและองค์การจัดการสารเคมีแห่งสหภาพยุโรปไม่กำหนดให้สารดังกล่าวเป็น PBT และเราใช้สารดังกล่าวในปริมาณความเข้มข้นต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกกำหนดหลายเท่า

ถึงกระนั้น งานวิจัยบางฉบับแย้งว่าอาจยังมีกาลาโซไซด์หลงเหลืออยู่ในสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่าการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงคือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ใหม่ในโปรแกรม Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) เพื่อหาแนวทางอื่นที่ดีกว่าเดิมและเริ่มลดการใช้สารกาลาโซไลด์ในปี 2016

ขั้นตอน 3 ในการประเมินสี่ขั้นตอนของ Greenlist™ ทำการวิเคราะห์ผลกระทบในระยะที่สั้นกว่าขั้นตอน 1 กับ 2 ผลกระทบเฉียบพลันเหล่านี้เป็นได้ตั้งแต่การระคายเคืองทางผิวหนัง การปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ไปในอากาศ ไปจนถึงสารพิษในทะเล

แหล่งข้อมูลที่เราใช้สำหรับขั้นตอน 3 ได้แก่:

  • เอกสารข้อมูลความปลอดภัยของซัพพลายเออร์
  • แหล่งข้อมูลในการค้นหาฐานข้อมูลด้านพิษวิทยา ภัยอันตราย และอนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรียกว่า TOXNET ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา
  • แนวทางในการประเมินผลกระทบของสารเคมีต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)

ขั้นตอนที่ 1, 2 กับ 4 ของการประเมิน Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) มีหมวดหมู่ของส่วนผสมที่“เป็นที่ยอมรับ”และ“ดีที่สุด” โดยประเมินจากจำนวนของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อนำมาสนับสนุนการจัดหมวดหมู่

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นพ้องทางวิทยาศาสตร์ว่าผลกระทบเฉียบพลันมีระดับผลกระทบที่แตกต่างกันออกไป ด้วยข้อมูลนี้ เราจึงใช้สามหมวดหมู่สำหรับขั้นตอน 3: “เป็นที่ยอมรับ” “ดีขึ้น” และ “ดีที่สุด” ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามหลักปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่น เกณฑ์การย่อยสลายทางชีวภาพของเราปฏิบัติตามมาตรฐาน OECD ที่ใช้ทั่วโลก การระคายเคือง/การกัดกร่อนเป็นไปตามข้อมูลการจำแนกประเภทและการติดฉลากสารเคมีที่เป็นระบบเดียวกันทั่วโลก (GHS) ที่เป็นข้อมูลที่สมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

จุดประสงค์การใช้ผลิตภัณฑ์ของเราส่งผลให้ต้องนำส่วนผสมมาประเมินเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการให้ยาฆ่าแมลงเป็นพิษต่อแมลงและปลอดภัยต่อมนุษย์ ดังนั้น ส่วนผสมบางชนิดที่ใส่ในผลิตภัณฑ์บางตัวจะมีผลกระทบในระดับที่แตกต่างกัน 

… SC Johnson พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้บริโภคให้มีความรู้ด้านสารเคมีมากยิ่งขึ้น ในการขจัดผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ทางผิวหนัง และเป็นอีกครั้งที่ SC Johnson ได้ยกระดับมาตรฐานให้กับบริษัทอื่น ๆ ระดับความโปร่งใสนี้กำลังแพร่ไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกทั้งยังกลายเป็นเรื่องปกติอย่างรวดเร็วสำหรับบริษัทอื่น ๆ ดังที่ SC Johnson ให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลส่วนผสมแก่ผู้บริโภคมากขึ้น แทนที่จะลดน้อยลง
เคน คุก ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม
โปรแกรม Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) ถูกออกแบบมาเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องทั้งในผลิตภัณฑ์และตัวโปรแกรมเอง ขั้นตอนสุดท้ายของการประเมินสี่ขั้นตอน Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) คำนึงถึงพื้นที่ที่ยังมีการพัฒนาข้อมูลและระเบียบวิธีต่าง ๆ จึงเป็นพื้นที่ที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับด้านกฎระเบียบหรือได้รับความเห็นพ้องต้องกันทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้เป็นระเบียบวิธีในการประเมินภัยอันตราย ในขั้นตอนนี้ เราคำนึงถึงเกณฑ์ใหม่ที่จะเพิ่มในโปรแกรม Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) ในอนาคต

ในปัจจุบัน ขั้นตอน 4 ให้ความสำคัญกับเรื่องสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนัง — ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกฎระเบียบกำหนดเอาไว้ในบางประเทศ แต่ยังไม่เป็นที่เห็นพ้องต้องกันทั่วโลกหรือในระดับอุตสาหกรรม เราต้องการก้าวไปให้ไกลกว่านั้นและแสดงถึงความโปร่งใสให้ผู้บริโภคเห็น เราจึงพัฒนากระบวนการที่มีวิทยาศาสตร์รองรับและหน่วยงานภายนอกรับรองเพื่อกำหนดสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของเรา

ที่สำคัญกว่านั้น ผลิตภัณฑ์ของ SC Johnson มีสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังในปริมาณที่ต่ำมากจนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างโรคภูมิแพ้ทางผิวหนังใหม่หรือกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนัง ขณะที่มีการใช้ส่วนผสมในปริมาณที่ความเสี่ยงต่ำ เรารู้สึกว่าเกณฑ์ใหม่ของ Greenlist™ (เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี) นี้ได้เพิ่มข้อมูลเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นต่อผู้บริโภค

แหล่งข้อมูลที่เราใช้ในการประเมินสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังคือรายชื่อสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนัง 368 ชนิดของเรา เราคัดแยกระหว่างสารก่อภูมิแพ้ที่“ยอมรับได้”และ“ดีที่สุด”ตามข้อมูลและสารก่อภูมิแพ้ที่ปรากฏ ผลิตภัณฑ์ของเราอาจยังมีสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังที่อยู่ในรายชื่อหรือคาดการณ์ว่าเป็นสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนัง แต่เราจะระบุบนฉลากกำกับอย่างเหมาะสม
สารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังเป็นตัวอย่างที่บ่งบอกได้ถึงระดับความเข้มข้นที่มีผลต่อผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ของ SC Johnson มีสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังในปริมาณที่ต่ำมากจนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างโรคภูมิแพ้ทางผิวหนังใหม่หรือกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางผิวหนัง

ถึงกระนั้น ยิ่งเรามีข้อมูลเกี่ยวกับสารก่อภูมิแพ้และนำข้อมูลมาเปิดเผยอย่างโปร่งใสมากเท่าไร ก็จะเป็นการช่วยให้แต่ละครอบครัวมีข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนเลือกซื้อมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ในปี 2017 SC Johnson ได้พัฒนาไปอีกก้าวด้วยการเปิดเผยข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังทั้งหมด 368 ชนิดที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของเรา

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2017 เราตีพิมพ์รายชื่อสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังทั้งหมดที่ใส่ในผลิตภัณฑ์ของ SC Johnson ทางเว็บไซต์ WhatsInsideSCJohnson.com หลังจากนั้นในเดือนธันวาคม 2017 เราพัฒนาพันธกิจความโปร่งใสนี้ไปอีกก้าวด้วยการระบุว่าแต่ละผลิตภัณฑ์มีสารก่อภูมิแพ้ทางผิวหนังอะไรบ้าง

โครงการริเริ่มด้านความโปร่งใสใหม่นี้เพิ่มความเข้มงวดมากกว่าที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของสหภาพยุโรป และในประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็ไม่มีกฎหมายว่าด้วยความโปร่งใสของสารก่อภูมิแพ้ นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนถึงหลักปรัชญาด้านความโปร่งใสทั้งหมดของเรา
รายงานเกี่ยวกับความยั่งยืนประจำปี 2017
กว่า 25 ปี ที่เราเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในเรื่องความโปร่งใส โดยรายงานให้สาธารณชนได้ทราบถึงการปฏิบัติและผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อมของ SC Johnson ดูผลเรื่องการปฏิบัติงานล่าสุดของเราได้ในตอนนี้
ดูรายงาน

สิ่งแวดล้อมSC Johnson ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม

ฟิสก์ จอห์นสันฟิสก์ จอห์นสัน ประธานและซีอีโอคนปัจจุบันของ SC Johnson

ความโปร่งใสเส้นทางการพัฒนาความโปร่งใสของส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ของ SC Johnson

สิ่งแวดล้อมการเคลื่อนไหวขององค์กร: กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเพื่อการบริโภค (The Consumer Goods Forum) กฎบัตรสำหรับการทำความสะอาดอย่างยั่งยืน

ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคำชี้แจงของ SC Johnson: ไม่มีไดออกซินออกมาจากผลิตภัณฑ์พลาสติกของ SC Johnson เมื่อใช้ในไมโครเวฟ

ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคำชี้แจงของ SC Johnson: สามารถใช้ยากันยุงที่มี DEET ได้อย่างมั่นใจเมื่อทำตามคำแนะนำบนฉลาก

หัวข้อถัดไป

หัวข้อถัดไป

หัวข้อถัดไป